2006/Apr/19

กระต่ายกับเต่า (The New Version)

ทุกคนคงคุ้นเคยนิทาน กระต่ายกับเต่าเป็นอย่างดี ได้รับอีเมลล์จากมิตรผู้ปรารถนาดี เห็นควรค่าแก่การเผยแพร่ ขอขอบพระคุณและถือโอกาสขออนุญาตไปยังผู้ที่แปลต้นฉบับด้วย เวอร์ชั่นนี้เหมาะกับคนทำงานเป็นที่สุด


หลายคน(คิดว่าทุกคนนะ)คงเคยได้ยินเรื่องเต่ากับกระต่ายมาแล้ว เวอร์ชั่นกล่อมเด็กนอน กระต่ายหลับ ปุ๋ยเจ้าเต่าแซงเข้าเส้น เย้..จบ...

แต่นี่เป็นตอนต่อของเรื่องดังกล่าวเวอร์ชั่นวัยทำงาน มีรุ่นพี่ส่งมาให้เป็นภาษาอังกฤษ ก็อยากให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันเพราะเป็นเรื่องสอนที่ดี เลยลงทุนแปลเป็นไทยให้ ผิดถูกยังไงก็เข้าใจละกันว่าไม่ใช่นักแปลมืออาชีพ.....

กาลครั้งหนึ่ง เจ้าเต่ากับกระต่ายเถียงกันว่าใครเร็วกว่ากัน ทั้งคู่จึงตกลงที่จะวิ่งแข่ง ก็มีการกำหนดเส้นทางวิ่งแล้วก็เริ่มการแข่งขัน เจ้ากระต่ายนำโด่งมาไกลก็เลยชะล่าใจ คิดว่าพักผ่อนใต้ต้นไม้ซักกะแป๊บนึงก่อนแข่งต่อก็คงดี

ไปๆมาๆก็ง่วงสิ ตื่นมาอีกทีเจ้าเต่าก็คว้าแชมป์ไปแล้ว นิทานตอนนี้สอนให้รู้ว่า ช้าๆแต่มั่นคงสามารถเอาชนะได้(เหมือนกัน) นี่เป็นเวอร์ชั่นเดะๆ ที่เราคุ้นหูกัน


ไม่นานมานี้มีคนเล่าเวอร์ชั่นใหม่ที่น่าสนใจให้ฟัง.ต่อเลยนะ....

เจ้ากระต่ายสันหลังยาวก็รมณ์บ่จอยตามระเบียบที่แพ้ มันจึงค้นหาจุดอ่อนของตนเอง มันก็พบว่าความมั่น ใจในตัวเองเกินไปบวกกับความขี้เกียจของมันนั่นแหละที่ทำให้แพ้ ถ้ามันไม่เผลอหลับซะอย่าง เต่าหน้า ไหนจะเอาชนะมันได้ มันจึงขอแก้ตัวใหม่อีกครั้ง "เฮ้ย..เมื่อกี๊ฟลุ้คอ๊ะป่าว แน่จริง..ใหม่เด่ะ" เจ้า เต่าก็ตกลง "ย่อมได้ไอ้น้อง"....

แน่นอนว่าครั้งนี้ เจ้าเต่าโดนทิ้งไม่เห็นฝุ่น กระต่ายชนะขาดลอย

เราได้ข้อคิดอะไรล่ะ...

ต่อให้ช้าแต่ชัวร์ ยังไงก็แพ้เร็วและสม่ำเสมอ ถ้าเราเปรียบเทียบคนสองคนในองค์กรของเรา คนนึงช้า จริง ทำอะไรมีระบบระเบียบแบบแผน แต่ทำอะไรๆไม่เคยพลาด ไว้ใจได้แน่นอนในผลงานของเขา เทียบกับอีกคนนึงที่เร็วและก็พอไว้ใจได้ในสิ่งที่เขาทำ คนที่เร็วกว่ามักจะประสบความสำเร็จมีความเจริ ญก้าวหน้าในองค์กรนั้นๆ มากกว่า (ซิกแซกไม่เป็น อะไรลัดได้ เร็วได้ก็ไม่กล้าเสี่ยงไม่กล้าทำ ผลงานก็เลยน้อยมั้ง)

ไอ้ช้าแต่ชัวร์น่ะมันก็ดีอยู่หรอก แต่ให้เร็วและพอใช้ได้นี่ดีกว่า....

เรื่องยังไม่จบแค่นี้ คราวนี้ถึงทีเจ้าเต่ามาหาจุดบกพร่องของตัวเองบ้าง และมันก็พบว่า

เป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะชนะกระต่ายในเส้นทางการวิ่งแบบที่เป็นอยู่นี้ มันก็คิดอยู่ซักครู่หนึ่งก็ไปท้ากระต่ายแข่งใหม่ แต่ขอเปลี่ยนเส้นทางวิ่งซะหน่อย เจ้ากระต่ายก็ว่าย่อมได้อยู่แล้วพี่ พอการแข่งเริ่มปุ๊บ เจ้ากระต่ายก็ใส่เกียร์ห้อออกไปเต็มสปีดเลย จนกระทั่งไปถึงระหว่างทาง "เฮ้ย!!!..เวรกรรม ต้องข้ามแม่น้ำ ทำไงล่ะตู..." เส้นชัยอยู่ไม่ห่างจากฝั่งตรงข้ามเท่าไหร่เลย

เจ้ากระต่ายมัวแต่เง็งว่าจะทำไงดี จนเจ้าเต่าคืบคลานมาทันแล้วก็จ๋อมลงน้ำว่ายข้ามฝั่งไปเข้าเส้นชัย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า....พิจารณาจุดแข็งของตนให้ดีแล้วพยายามเปลี่ยนสนามการแข่งขันให้ตนเองได้เปรียบมากที่สุด

ย๊างงง ยังไม่พอ มีต่อ....

ด้วยน้ำใจนักกีฬา ครั้งนี้เจ้าเต่ากับกระต่ายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว ต่างคนต่างมาระดมสมองคิดด้วยกัน

หากทั้งสองร่วมมือกัน การแข่งแบบเมื่อครั้งล่าสุดจะช่วยให้ทำเวลาได้ดีขึ้น

ดังนั้น พวกมันจึงคิดจะแข่งอีกครั้ง แต่แข่งคราวนี้เป็นแบบทีมเวิร์ค

เริ่มต้นเจ้ากระต่ายก็แบกเต่าวิ่งไปด้วยความเร็วสูง จนถึงริมแม่น้ำ เจ้าเต่าก็ให้กระต่ายขี่หลังว่ายข้ามไป พอข้ามฝั่งเจ้ากระต่ายก็แบกเจ้าเต่าวิ่งต่อจนเข้าเส้นชัยด้วยกัน ผลการแข่งครั้งนี้สร้างความพึงพอใจให้กับทั้งสองฝ่าย(ตัว) มากกว่าการแข่งครั้งก่อนๆ หน้านี้

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า....

การมีจุดแข็งและความสามารถโดดเด่นเฉพาะตัวเป็นสิ่งที่ดี แต่หากไม่รู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น ยังไงก็ไปไม่รอด เพราะมันจะมีบางสถานการณ์ที่เราเจ๋งคนอื่นเจ๊ง ในขณะที่บางสถานการณ์เราเจ๊งแต่คนอื่นเจ๋ง

ทีมเวิร์คสำคัญตรงที่การกำหนดผู้นำให้เหมาะกับสถานการณ์ ให้ผู้ที่มีความถนัดกับสถานการณ์นั้นๆเป็นผู้นำ กลุ่มในแต่ละช่วงสถานการณ์ที่เหมาะกับความสามารถของเขา

นอกจากนี้ เรายังได้บทเรียนอีกอย่างหนึ่งด้วยว่า ไม่ว่าเต่าหรือกระต่าย ไม่มีใครที่คิดเลิกล้มหรือท้อแท้ หลังจากความความล้มเหลวได้เกิดขึ้น กระต่ายแก้ไขจุดบกพร่องของตนเองโดยการทำงานที่หนักขึ้น และเพิ่มความมุมานะในงานของตนเองหลังจากพบความล้มเหลว ส่วนเต่าได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของตนใหม่ เพราะตัวมันเองได้ทำงานหนักที่สุดเท่าที่มันจะสามารถทำได้แล้ว

ในชีวิต เมื่อเราพบกับปัญหาหรือความล้มเหลว บางครั้งเราก็ควรจะทำงานให้หนักขึ้นและมีความเอาใจใส่ในงานมากกว่าเดิม บางครั้งก็ควรเปลี่ยนแผนการทำงานและทดลองในสิ่งใหม่ๆที่แตกต่างออกไป และในบางครั้งก็จำเป็นต้องทำทั้งสองอย่างเลย

นอกจากนั้น กระต่ายกับเต่าก็ได้บทเรียนที่สำคัญอีกอย่าง คือ เมื่อเราหยุดการแข่งขันกับตัวบุคคล แล้วหันมาแข่งขันกับสถานการณ์แทน พวกมันจะทำงานได้ดีขึ้นมาก


เคยมีกรณีของ Roberto Goizueta มาเป็นหัวหน้าทีมบริหารของโค้ก ก็เจอปัญหาคู่แข่ง คือ เป๊ปซี่มากินส่วนแบ่งในตลาด ใครๆ ก็สนใจแต่ว่าเป็ปซี่เป็นคู่แข่งในขณะที่หมอแกไม่ได้คิดว่าจะแข่งกับเป๊ปซี่ แต่จะแข่งกับสถานการณ์การบริโภคน้ำดื่มของคนอเมริกัน คือ ถ้าแข่งกันเรื่องขายน้ำสีดำซ่าๆ นั่นอย่างเดียว เป๊ปซี่เป็นคู่แข่ง แต่เขาพุ่งจุดสนใจไปในการขายเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ด้วย คือ ไม่ว่าคนอเมริกันจะอยากทานน้ำอะไรก็จะมีขายให้หมดว่างั้นเหอะ เขาแข่งกับสถานการณ์การดื่มเครื่องดื่มทั้งหมดของคนอเมริกัน

ผลสุดท้าย โค้กก็เลยติดตั้งตู้ขายมันทุกหัวมุมถนน ปริมาณการขายก็เพิ่มขึ้น และหลังจากนั้นเป๊ปซี่ก็ไม่ใช่คู่แข่งไปเลย

โดยสรุป นิทาน กระต่ายกับเต่า สอนเราในหลายๆ อย่าง

* ความรวดเร็วเสมอต้นเสมอปลายชนะความอืดอาดแต่แน่นอนเสมอ

* เลือกทำงานให้เหมาะกับความสามารถพิเศษของตน

* การทำงานเป็นทีมชนะคนที่เจ๋งแต่ลุยเดี่ยว

* อย่ารีบยอมแพ้เมื่อพบกับความล้มเหลว และท้ายสุดคือ

* จงแข่งกับสถานการณ์ ไม่ใช่ตัวบุคคล

จบแล้ว...ขอให้พี่น้องผองเพื่อนประสบความสำเร็จและโชคดีทุกคน....


 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เรื่องนี้เคยอ่านแล้วค่ะ

ตอนนี้กลับมาอ่านอีกก็ให้ข้อคิดได้หลาย ๆ อย่างค่ะ

ขอให้โชคดีเช่นกันค่ะ
#1  by  ~ * ~ Sun Sun ~ * ~ At 2006-04-19 12:37, 
Versionนี้ให้ข้อคิดดีมากๆๆๆค่ะ

พึ่งเรียนการจัดการมา getเลย
#2  by  ๛Girl In Game๛ At 2006-04-20 01:59, 
ให้ข้อคิดดีนะขอรับ จะทำงานอะไรให้ดีและเร็วคงทำคนเดียวไม่ได้หรอกเนอะ
#3  by  saya chan At 2006-04-20 22:42, 
ข้อดิดดีครับ ขอบคุณครับ
#4  by  kan (118.174.23.138) At 2008-02-28 10:24, 

<< Home